ทัวร์แสวงบุญ อินเดีย-เนปาล สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล และถ้ำอชันต้า เอลโรล่า 11วัน9คืน พักโรงแรม+บินภายใน4รอบบิน

ทัวร์จาริกแสวงบุญ สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล

และ ถ้ำมรดกโลก อชันต้า เอลโรล่า เมืองออรังกาบัด

15-25 ตุลาคม 2561

พักโรงแรมตลอดการเดินทาง และบินภายใน 4 รอบบิน

ราคาโปรโมชั่น 59,900  บาท ต่อท่าน

พร้อมด้วยพุทธสถานตามเส้นทางแสวงบุญ


พิเศษ บิน Jetairways+AirIndia พร้อมบินภายในประเทศ 4 เที่ยวบิน

เส้นทางการบิน

  • บินระหว่างประเทศ Jet Airways 2 เที่ยวบินตรงจาก กรุงเทพ-เดลี และ มุมไบ-กรุงเทพ (เที่ยวบินแบบ Full Services)
  • เที่ยวบินภายในประเทศทำการบินโดย Air India หรือ Jet Airways (กระเป๋าเดินทางไม่ต้องเช็คอินใหม่) จาก เดลี-พาราณสี  , ลัคนาว-มุมไบ ,  มุมไบ-ออรังกาบัด  , ออรังกาบัด-มุมไบ
  • ลดระยะทางการเดินทางและเวลากว่า 3,000 กิโลเมตร 48 ชั่วโมง

เส้นทางการแสวงบุญที่ครบทุกจุด พร้อมทีมงานดูแลใกล้ชิดตลอดการเดินทาง และพระวิทยากรบรรยายธรรม ตลอดการเดินทาง

โปรแกรมการเดินทาง

➽ วันที่ ๑ เดินทางสู่พาราณสี

15 ตค 05.30 พบกันที่สนามบิน สุวรรณภูมิ คณะแสวงบุญออกเดินทางสู่เมืองพาราณสี โดยเที่ยวบิน Jetairway
08.35-11.40 ถึงสนามบินเดลี จากนั้นต่อเครื่องบินสู่เมืองพาราณสี ถึงเมืองพาราณสี ประมาณเวลา 16.00 น เข้าสู่โรงแรมที่พัก และรับประทานอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก

 

➽ วันที่สอง เมืองพาราณสี-สารนาถ

16 ตค นำพาทุกท่านล่องเรือ ณ แม่น้ำคงคา ความเชื่อของคนอินเดียเชื่อว่าสามารถชำระล้างบาปได้ ชมความงามและวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำคงคาในเวลาเช้า ชมท่าน้ำที่เผาศพ คือ ท่ามณิกรรณิการ์ ซึ่งไฟไม่เคยดับมากว่าสี่พันปีแล้ว พร้อมอธิษฐานจิตและแผ่เมตตารวมไปถึงสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ณ กลางแม่น้ำคง ทำพิธีลอยเคราะห์ปล่อยโศก กลางแม่น้ำคงคา หลังจากนั้นนำพาทุกท่านกลับสู่โรงแรมที่พัก และรับประทานอาหารเช้า
เช้า ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ระยะทางจากโรงแรมประมาณ 10 กิโลเมตร ที่นี่ถือเป็นสถานที่สังเวชนียสถานแห่งแรกที่ คณะแสวงบุญจักมาจาริก เป็นจุดที่พระพุทธองค์ทรงหมุนกลงล้อธรรมจักรเกิด พระรัตนตรัยครบ ๓ ณ สถานที่แห่งนี้คณะแสวงบุญร่วมกันสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา และหลังจากนั้นพาทุกท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์เมืองสารนาท ชมพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา อันเก่าแก่และสวยงาม เมื่อถึงเวลาอันสมควรเดินทางสู่โรงแรมที่พัก เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อยเดินทางสู่เมืองพุทธคยา ใช้ระยะเวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง ระหว่างทางแวะวัดไทยสะสาราม ร่วมทำบุญทอดผ้าป่าตามกำลังศรัทธา ระยะทางจากพาราณสีถึง พุทธคยา ประมาณ 200 กิโลเมตร
(๑ ใน สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง สถานที่ปฐมเทศนาธรรม)

➽ วันที่สาม  พุทธคยา

สถานที่สำคัญที่สุดของชาวพุทธศาสนาทั่วโลก ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ต้องมากราบนมัสการ ณ พุทธคยา ร่วมกัน ปฏิบัติธรรม ณ มหาโพธิเจดีย์ และสักการะพระพุทธเมตตา  ถวายผ้าห่มองค์พระพุทธเมตตา ร่วมเวียนเทียนรอบเจดีย์  ช้อปปิ้งสินค้าของฝากจากพุทธคยามากมาย (๑ ใน สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง สถานที่ตรัสรู้)
17 ตค หลังจากรับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก นำทุกท่านมุ่งสู่ ดงคสิริ สถานที่พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญทุกขกริกยา จากนั้นนำพาทุกท่านสู่บ้านนางสุชาดา และสถานที่ลอยถาดเสี่ยงทายของพระพุทธองค์ ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา
บ่าย-เย็น จากนั้นนำพาทุกท่านกลับเข้าสู่ มหาโพธิเจดีย์พุทธคยา เพื่อร่วมสวดมนต์ทำวัตรเย็นอีกครั้ง ***พบกับกิจกรรมพิเศษมากมาย ณ พุทธคยา อาทิเช่น ถวายผ้าห่มองค์พระพุทธเมตตา ร่วมเวียนเทียนรอบเจดีย์ เป็นต้น เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมกลับสู่โรงแรมที่พัก และ รับประทานอาหารเย็น

➽ วันที่สี่ราชคฤห์ นาลันทา

18 ตค หลังจากรับประทานอาหารเช้า มุ่งหน้าสู่ราชคฤห์ นำพาทุกท่านสู่ยอดเขาคิชฌกูฎ เพื่อนมัสการพระมูลคันธกุฎี ถึงกรุงราชคฤห์ในอดีต นำท่านขึ้นสู่ยอดเขาคิชกูฎ สถานที่เคยประทับ ของพระพุทธเจ้า- พระอานนท์ ถ้ำ สุกรขาตา ของพระสารีบุตร-ถ้ำพระมหาโมคคัลลานะกิจกรรม   สวดมนตร์ – ฟังธรรม – นั่งสมาธิ – เวียนเทียน จากนั้นคลังมหาสมบัติของพระเจ้าพิมพิสาร-ชมที่อาบน้ำต่าง วรรณะ ตโปธารเวฬุวันมหาวิหาร วัดแห่งแรกของพระพุทธศาสนาสวดมนต์ และเวียนเทียน บริเวณสถานที่พระพุทธองค์เคยทรงแสดงโอวาทปาฎิโมก
รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรมเมืองราชคฤห์
บ่าย นมัสการหลวงพ่อองค์ดำอันศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์หลวงพ่อคือการรักษาอาการที่ป่วยไข้ ร่วมกันกราบนมัสการและขอพร การเดินทางเข้ามากราบหลวงพ่อองค์ดำ ทางขณะทัวร์จะจัดเตรียมรถม้าคอยให้บริการท่าน จากนั้นชมมหาลัยนาลันทา
ค่ำ เข้าสู่ที่พักในเมืองราชคฤห์ และรับประทานอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก

➽ วันที่ห้า ไวสาลี เกสรียา กุสินารา

19 ตค หลังจากรับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก พาทุกท่านเดินทางสู่เมืองกุสินารา
พักรับประทานอาหารกลางวัน ระหว่างทางที่เมืองเกสรียา ระหว่างทางสักการะและนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ เมืองไวสาลี ดังนี้ เมืองไวสาลี กราบนมัสการ ปาวาฬเจเดีย์ สถานที่พระพุทธองค์ทรงปลงอายุสังขาร และ ป่ามหาวัน
เย็น เมื่อเดินทางถึงเมืองกุสินารา เข้าชมวัดไทยกุสินารา พร้อมร่วมทำบุญทอดผ้าป่า ณ วัดไทยกุสินารา  เข้าสู่โรงแรมที่พักพร้อมรับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

➽ วันที่หก เมืองกุสินารา

กุสินารา ถือเป็นเมืองที่สำคัญ เมืองแห่งนี้มีความสำคัญอย่างไร กุสินารานั้นถือเป็นเมือง หนึ่งในสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล สถานที่พระพุทธองค์ทรงทิ้งลมหายใจไว้ ณ สถานที่แห่งนี้ สิ่งสำคัญยิ่งที่ได้มาเจริญสติ ณ สถานที่แห่งนี้ทุกๆท่านจะน้อมนำคำสอนของพระพุทธองค์ ที่ทรงทิ้งธรรมไว้ แม่วินาทีสุดท้าย ให้เราชาวพุทธได้เข้าใจถึงสิ่งที่ตั้งอยู่และดับไป ขอให้ทุกท่านที่ได้มาแสวงบุญ ได้เกิดปิติและน้อมนำคำสอนของพระพุทธองค์มาสู่ตนเอง ขออนุโมทนาบุญ

20 ตค หลังรับประทานอาหารเช้า คณะแสวงบุญร่วมกันน้อมถวายผ้าคลุมพระพุทธปางปรินิพพาน จากนั้นร่วมกันประทักษิณรอบพระวิหาร ก่อนถวายผ้าคลุม เพื่อน้อมเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชาต่อพระรัตนตรัย และน้อมกายวาจาใจ ต่อพระพุทธองค์ ณ สถานที่สำคัญแห่งนี้ จากนั้นร่วมกันสวดมนต์ เจริญสติ ภาวนา และแผ่เมตตา ณ สถานที่สำคัญแห่ง มกุฎพันธนเจดีย์ สถานที่สำคัญแห่งที่สอง สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า นำพาทุกท่านร่วมสวดมนต์เจริญจิตภาวนา ณ สถานที่สำคัญแห่งนี้
รับประทานอาหารเที่ยง ณ เมืองกุสินารา
ช่วงบ่าย-เย็น เดินทางสู่เมืองลุมพินี เข้าสู่โรงแรมที่พัก
(๑ ใน สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง สถานที่ปรินิพพาน)

➽ วันที่เจ็ด เมืองลุมพินี-สาวัตถี-ลัคนาว

21 ตค ตื่นเช้าและรับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านสักการะ สวดมนต์ เจริญสมาธิภาวนา ณ บริเวณสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ พร้อมเยี่ยมชมเสาหินอโศกภายในมีรูปพระพุทธมารดา ยืนประทับเหนี่ยวกิ่งสาละ หลังจากนั้นกลับมารับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
ช่วงบ่าย-เย็น ชมบ้านท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี  และบ้านองคุลีมาล  เขายุคลธร สถานที่พระพุทธองค์ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์  ชมสถานที่ธรณีสูบ  พระเทวทัตนำท่านเข้ากราบสักการะภายในวัดเชตวันมหาวิหาร ศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่สำคัญที่สุด กราบสักการะพระคันธกุฎี  ลานธรรมสภา นมัสการ “อานันทโพธิ์”ต้นโพธิ์ที่มีอายุยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน  นมัสการสถานที่ประทับพระอรหันต์ 8ทิศ กุฏิพระอรหันต์สาวกที่สำคัญ เวลาอันสมควร
ค่ำ เดินทางต่อไปยังเมืองลัคนาว เมืองหลวงของรัฐอุตรประเทศ ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ4 ชั่วโมง เมื่อถึงเมืองลัคนาวเข้าสู่โรงแรมที่พักและรับประทานอาหารค่ำ เตรียมความพร้อมเพื่อบินภายในประเทศสู่เมืองออรังกาบัด ในวันรุ่งขึ้น

➽ วันที่แปดบินภายในสู่เมืองออรังกาบัด

22 ตค หลังจากรับประทานอาหารเช้า เดินทางสู่สนามบินเมืองลัคนาวเพื่อเดินทางสู่เมืองออรังกาบัด โดยใช้เที่ยวบินสองเที่ยวบิน จากลัคนาวสู่มุมไบ และมุมไบสู่ออรังกาบัด มีบริการอาหารบนเครื่องบิน
เย็น ถึงเมืองออรังกาบัดเข้าสู่โรงแรมที่พักและรับประทานอาหารเย็น

➽ วันที่เก้า อาชันต้า

23 ตค ปลุกทุกท่านและรับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก เตรียมตัว เพื่อเดินทางสู่เมืองอชันต้าระยะประมาณ 100 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
หลังรับประทานอาหารกลางวัน พาทุกท่านเยี่ยมชมถ้ำอชันต้า ถ้ำอชันตาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1983 ชมความงดงามและอลังการของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยขุดเจาะภูเขาเป็นสังฆรามขนาดใหญ่แบบศิลปะคุปตะและหลังคุปตะอันวิจิตร ถ้ำอชันตาประกอบไปด้วยถ้ำ 28 ถ้ำ มีอายุกว่า 2,000 ปี เป็นพุทธสถานที่สร้างจากการสกัดหน้าผาหินเข้าไปในเขาเหนือแม่น้ำวโฆระ แต่เดิมเป็นศูนย์กลางสำนักปฏิบัติของเหล่าสงฆ์ในพุทธศาสนาราวพุทธศตวรรษที่ 7-13 สืบ ก่อนถูกทอดทิ้งให้รกร้างกลางป่าจึงรอดพ้นจากการทำลายล้างจากกองทัพผู้รุกรานจนมาถูกค้นพบอีกครั้งโดยบังเอิญจากนายทหารอังกฤษในศตวรรษที่ 19 ภายในถ้ำท่านจะได้ชมงานแกะสลักเสาอันงดงามและวิจิตรบรรจง รวมถึงพระพุทธรูปและเจดีย์ศิลาที่สกัดและตกแต่งขึ้นจากหินเนื้อเดียวกันกับพื้นผนังถ้ำยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า 1,200 ปี มีความงดงามสมบูรณ์ด้วยเทคนิคการเขียนภาพสามมิติ ภาพสีเฟรสโก้อันน่าอัศจรรย์ พระพุทธรูปศิลา ที่แสดงอารมณ์พระพักตร์ต่างกันเมื่อแสงตกสะท้อนจากต่างมุมถ้ำอชันตาเป็นถ้ำที่ผสมผสานระหว่างศิลปะแบบพุทธและฮินดูเข้าด้วยกันมี
เมื่อถึงเวลาอันสมควร พาทุกท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พักในเมืองออรังกาบัด รับประทานอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก

➽ วันที่สิบ เอลโรล่า  กลับไทย

24 ตค รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก หลังจากนั้นเดินทางสู่ถ้ำเอลโรล่า ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ถ้ำปิดทุกวันจันทร์
ช่วงเช้า ประกอบไปด้วยงานศิลป์ของสามศาสนาที่อยู่รวมกัน ชมความงามที่ยิ่งใหญ่ของถ้ำ 34 ถ้ำ ถ้ำหมายเลข 1–12 เป็นวัดถ้ำในพุทธศาสนา ถ้ำหมายเลข 14-16 เป็นเทวาลัยถ้ำในศาสนาฮินดู ถ้ำ 30-32 เป็นวิหารถ้ำในศาสนาเชน ถ้ำเอลโลร่าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1983 จากนั้นนำท่านชม ป้อมเดาลาตาบัด แปลว่า เมืองแห่งความมั่งคั่ง เป็นป้อมในศตวรรษที่ 14 ป้อมปราการโบราณถูกโอบล้อมด้วยภูเขาดัลคีรี เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคาราวาน ตำนานเล่าว่าเมืองนี้สร้างขึ้นโดยดันการ์ เมื่อ ค.ศ.1203 หลังจากนั้นถูกสุลต่านเดลีชาวมุสลิมอลาอุดดินคิลจิยึดได้ใน ค.ศ.1294 เดวากิรีกลายเป็นเมืองสำคัญในสมัยของสุลต่าน มูฮัมหมัดดินตุ๊คลัคในปีค.ศ.1327 พระองค์ทรงตั้งเป็นเมืองหลวงและเปลี่ยนชื่อจาก เดวากิรี เป็น เดาลาตาบัด จวบจนถึงสมัยของโมกุล หลังจากนั้นจึงถูกถูกทิ้งร้าง เพราะย้ายไปสร้างเมืองออรังกาบัดแทน
ช่วงรอต่อเครื่องบินพาทุกท่านช้อปปิ้ง ณ เมืองออรังกาบัด เมื่อถึงเวลาอันสมควร พาทุกท่านเดินทางสู่สนามบินเมืองออรังกาบัด เพื่อบินภายในประเทศ สายการบิน JetAirway กลับสู่เมืองมุมไบเพื่อเดินทางกลับสู่ไทย ทุกท่านจะได้รับอาหารเย็นแบบกล่อง สามารถรับประทานอาหาร ณ สนามบิน
ค่ำ สามารถช้อปปิ้ง และเลือกชมสินค้าภายในสนามบินนานาชาติเมืองมุมไบ ทางทัวร์มีบริการอาหารกล่องแบบ Pax ณ สนามบิน มุมไบ
เดินทางสู่ประเทศไทย ด้วยสายการบิน Jetairway ออกเดินทาง 01.15 ถึงไทย 07.05 ของเช้าวันใหม่ (วันที่ 25 ตค 2561)
🏆✳️หากท่านต้องการทัวร์ที่เต็มที่กับการบริการ ทัวร์แสวงบุญอย่างแท้จริงทุกขั้นตอน ทัวร์แสวงบุญที่เรามั่นใจว่า ครั้งแรกที่คุณเดินทางไปอินเดียจะประทับใจคุณ อิ่มบุญสุขใจ อยากกลับไปอีก โทรสอบถามรายละเอียดสิคะ ➡️
สนใจโปรแกรมทัวร์ โทร 089-1094455 LINE:fafatravel
#ทัวร์อินเดีย #ทัวร์แสวงบุญ #ทัวร์ไหว้พระอินเดีย #ทัวร์สี่สังเวชนีย์ #ทัวร์สี่สังเวช
ปรับโปรแกรมใหม่ ดียิ่งกว่าเดิม !!! โทรเลย 089-1094455 ตั๋วมีจำนวนจำกัด
สนใจติดต่อด่วนโทร 089-1094455 , 095-9561811 หรือ LINE:fafatravel
ข้อมูลเพิ่มเติม www.fafatravel.com

207 total views, 3 views today